RUN เปิดนิทรรศการ “ตั้งมั่นประเทศไทย” ชวนเรียนรู้ 23 นวัตกรรมรับมือภัยพิบัติแห่งอนาคต เปลี่ยนงานวิจัยสู่เครื่องมือสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

RUN เปิดนิทรรศการ “ตั้งมั่นประเทศไทย” ชวนเรียนรู้ 23 นวัตกรรมรับมือภัยพิบัติแห่งอนาคต เปลี่ยนงานวิจัยสู่เครื่องมือสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network: RUN) ได้จัดพิธีเปิดตัวนิทรรศการนวัตกรรมครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด “ตั้งมั่นประเทศไทย: การบรรเทาและจัดการภัยพิบัติ” (Resilient Thailand: Disaster Mitigation and Management) ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ นักวิจัย และผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ท่ามกลางบรรยากาศความร่วมมือทางวิชาการเพื่อหาทางออกให้แก่ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมของประเทศ

 

โดยพิธีเปิดงานในวันนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ. ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และคณะผู้บริหารจาก 8 มหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำของประเทศที่เป็นสมาชิกเครือข่าย RUN ร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

สำหรับนวัตกรรมเด่นที่นำมาจัดแสดงภายในบูธนิทรรศการ RUN ครอบคลุม 5 มิติสำคัญในการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งอนาคต ประกอบด้วย:

  1. ระบบเฝ้าระวังและคาดการณ์น้ำท่วมอัจฉริยะ เพื่อการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าอย่างแม่นยำในระดับชุมชน

  2. เทคโนโลยีการจัดการคุณภาพอากาศและฝุ่น PM2.5 รวมถึงระบบเซนเซอร์ตรวจวัดและแพลตฟอร์มแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง

  3. ระบบติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อการวางแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระยะยาว

  4. เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติทางกายภาพ

  5. ระบบสื่อสารและแพลตฟอร์มดิจิทัลในภาวะวิกฤต ที่ช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐและผู้ประสบภัยได้อย่างเรียลไทม์

นอกเหนือจากการจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์และโมเดลจำลองแล้ว ภายในบูธยังมีกิจกรรมเสวนา (Talk Show) จากนักวิจัยผู้พัฒนาผลงานโดยตรง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนทั่วไปได้ซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็น